2022.07.25
ทารกควรนอนวันละกี่ชั่วโมง?
งานวิจัยปี 2015 ของมูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Sleep Foundation) ระบุว่า ทารกแรกเกิดอาจต้องนอนเฉลี่ยประมาณ 16 ถึง 19 ชั่วโมงต่อวัน
ตามช่วงอายุที่ต่างกัน แนะนำให้ทารกแรกเกิดอายุ 0〜3 เดือนนอนวันละ 14〜17 ชั่วโมง
ทารกอายุ 4〜11 เดือนนอน 12〜15 ชั่วโมง เด็กอายุ 1〜2 ขวบนอน 11〜14 ชั่วโมง
เด็กก่อนวัยเรียนอายุ 3〜5 ขวบควรนอนวันละ 10〜13 ชั่วโมง
และเด็กประถมอายุ 6〜13 ปีต้องนอนวันละ 9〜11 ชั่วโมง
วิเคราะห์ท่านอนที่พบบ่อยของทารก 3 แบบ
1. นอนหงาย:
สำหรับทารกอายุไม่ถึง 3 เดือน แนะนำให้นอนหงาย ท่านี้ช่วยให้ทารกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ขยับแขนขาได้อิสระ และใบหน้าจะไม่ถูกผ้าห่มคลุม จึงลดปัญหาทางเดินหายใจอุดตันได้
2. นอนตะแคง:
การนอนตะแคงเป็นท่านอนที่ดีกว่าสำหรับทารกอายุไม่ถึง 3 เดือน นอกจากจะช่วยดูแลรูปทรงศีรษะแล้ว ยังสังเกตสีหน้าของลูกได้ง่ายขึ้น หากลูกเพิ่งกินนมเสร็จ ให้นอนตะแคงขวาเพื่อช่วยป้องกันการแหวะนมและช่วยให้กระเพาะอาหารเคลื่อนย้ายอาหารออก เมื่อให้นอนตะแคง ผู้ปกครองยังต้องสลับด้านซ้ายขวาให้ลูกบ่อย ๆ จึงจะได้ทรงศีรษะที่สวย
3. นอนคว่ำ:
เมื่อศีรษะและกระดูกคอของทารกแข็งแรงขึ้นตามลำดับ จึงอาจให้นอนคว่ำได้ตามสถานการณ์ ท่านอนคว่ำคือหน้าคว่ำลง ท้ายทอยหงายขึ้น ไม่ทำให้ศีรษะผิดรูป และช่วยหล่อหลอมทรงศีรษะที่สมบูรณ์ได้ง่าย
ท่านอนที่ดีที่สุดของทารก
[นอนหงายคือท่านอนที่ดีที่สุดของทารก] สำหรับทารกอายุ 0~1 ขวบ การนอนหงายคือท่านอนที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ข้อดีคือปลอดภัยที่สุด ข้อเสียคือพ่อแม่บางคนรู้สึกว่าลูกสะดุ้งตื่นง่าย นอนไม่สนิท และหลับยาก แต่ลักษณะ "ตื่นง่าย" นี้เองก็ทำให้การนอนหงายปลอดภัยขึ้นด้วย
ความเสี่ยงของการนอนคว่ำของทารก
เมื่อพูดถึงความปลอดภัยในการนอนของทารก กุมารแพทย์จะแนะนำให้นอนหงาย ส่วนสื่อเวลารายงานข่าวทารกนอนคว่ำและการเสียชีวิตกะทันหัน มักโยงท่านอนคว่ำหรือนอนตะแคง การขาดอากาศหายใจ และการเสียชีวิตกะทันหันของทารกเข้าด้วยกัน
แต่จริง ๆ แล้วการรายงานเช่นนี้มีปัญหา เพราะการเสียชีวิตกะทันหันของทารกหมายถึงกรณีที่หลังการตรวจอย่างละเอียดแล้วก็ยังหาสาเหตุไม่พบ หากยืนยันได้ว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจ สาเหตุก็คือการขาดอากาศหายใจ ไม่ใช่การเสียชีวิตกะทันหันของทารก การรายงานแบบนี้ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า ขอเพียงนอนคว่ำแล้วไม่ขาดอากาศหายใจ ก็จะไม่ทำให้ทารกเสียชีวิตกะทันหัน
ดังนั้นวันนี้เราจะไม่พูดถึงปัจจัยเรื่องการขาดอากาศหายใจ แต่จะพูดถึงผลกระทบอื่น ๆ ที่เกิดจากการนอนคว่ำ:
ความเสี่ยงของการนอนคว่ำ:
ข้อ 1 ออกซิเจนในเลือดต่ำและคาร์บอนไดออกไซด์สูง:
การนอนคว่ำและการนอนตะแคงทำให้ทารกหายใจเอาอากาศที่เพิ่งหายใจออกไปกลับเข้าไปอีกได้ง่าย อากาศนี้มีคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าและออกซิเจนต่ำกว่า ทำให้ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดของทารกสูงขึ้นและความเข้มข้นของออกซิเจนลดลง
ข้อ 2 อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น:
ในท่านอนคว่ำ ร่างกายระบายความร้อนได้ยากกว่า การนอนคว่ำจึงทำให้ตัวร้อนเกินไปได้ง่ายกว่าการนอนหงาย และอุณหภูมิร่างกายที่สูงเกินไปก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งของการเสียชีวิตกะทันหันของทารก
ข้อ 3 ส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ:
การนอนคว่ำส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติของหัวใจและหลอดเลือด ลดการส่งออกซิเจนไปยังสมอง ผลกระทบนี้เห็นชัดที่สุดเมื่อทารกอายุสองถึงสามเดือน
นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมสุขภาพ (กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ) ของไต้หวันยังมี「5สูตรจำ 5 ข้อเพื่อการนอนหลับอย่างสบายใจ」ให้พ่อแม่มือใหม่ปฏิบัติตาม เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงปลอดภัย:
「ไม่นอนคว่ำ」: ท่านอนที่ถูกต้องคือนอนหงาย ไม่แนะนำให้นอนตะแคงเพราะพลิกเป็นนอนคว่ำได้ง่าย และห้ามให้ทารกนอนคว่ำบนตัวพ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็ดขาด
「ไม่ใช้หมอน」:1ทารกอายุต่ำกว่า 1 ขวบไม่จำเป็นต้องใช้หมอนใด ๆ และไม่ต้องหนุนให้สูง
「ไม่นอนเตียงเดียวกัน」: ยึดหลัก "ห้องเดียวกันแต่ไม่เตียงเดียวกัน" ไม่ให้ทารกนอนเตียงเดียวกับผู้ดูแลหลักหรือพี่น้อง
「ไม่อบอ้าว」: รักษาอากาศถ่ายเท หากต้องการให้อบอุ่นให้ใช้ชุดนอนแบบถุงนอน หรือใช้ผ้าห่อตัวเด็ก และจำไว้ว่าต้องเปิดแขนออก ไม่ให้ผ้าปิดใบหน้า
「ไม่นุ่มยวบ」: บริเวณที่นอนไม่ควรมีของนุ่ม ๆ ใด ๆ เช่น หมอน ผ้าห่ม ผ้าห่มบาง ตุ๊กตายัดนุ่น ที่นอนควรเรียบและแน่น ไม่แนะนำให้ใช้แผ่นกันกระแทกรอบเตียง
ท่านอนส่งผลต่อรูปทรงศีรษะของทารกอย่างไร
อยากให้ลูกมีทรงศีรษะสวยสมบูรณ์ ต้องรีบปรับในช่วง 6 เดือนแรกหลังเกิด! เมื่ออายุเกิน 6 เดือน ทรงศีรษะจะคงรูปมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงต้องใช้แรงภายนอกที่ต่อเนื่องกว่าเดิม เมื่ออายุ 1 ขวบครึ่งขึ้นไป กระหม่อมจะค่อย ๆ ปิด ทรงศีรษะก็แทบจะคงที่แล้ว!
ข้อ 1 ทารกที่นอนหงาย ส่วนใหญ่ท้ายทอยจะแบน และใบหน้าจะกว้างกว่า
ข้อ 2 ทารกที่นอนตะแคง ใบหน้าจะค่อนข้างเรียวยาว อย่าลืมให้ลูกนอนสลับซ้ายขวา จึงจะได้ทรงศีรษะสวย
กลมมนได้นะ! นอกจากนี้ควรระวังรูปทรงของใบหูของลูกอย่าให้ถูกกดทับไปทางด้านหน้า
ข้อ 3 ใบหน้าและทรงศีรษะของทารกที่นอนคว่ำเปลี่ยนแปลงคล้ายกับนอนตะแคง และอย่าลืมให้ลูกหันซ้ายขวาสลับกันเท่า ๆ กัน
ทารกจำเป็นต้องใช้หมอนหรือไม่?
ก่อนอายุ 1 ขวบ หมอนเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น
ทารกส่วนใหญ่หลังคลอดมีท้ายทอยกลมมน เมื่อนอนในท่าที่ถูกต้องคือ "นอนหงาย" บนเตียงที่เหมาะสม ศีรษะจะหันไปทางสองข้างตามธรรมชาติ ท้ายทอยจะไม่แบน และไม่เกิดปัญหาขาดอากาศหายใจได้ง่าย แต่ถ้าใช้หมอน ไม่ว่าจะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ทรงตัวยู ทรงวงรี หรือแบบอื่น เพราะวางอยู่ในเตียงของลูก เมื่อลูกพลิกตัวหรือหันศีรษะไปมาก็อาจกดทับหรือปิดปากและจมูกได้ง่าย กุมารแพทย์ยังชี้ว่า ก่อนอายุ 1 ขวบไม่ควรใช้หมอน หากใช้หมอน เนื่องจากวางไว้ใต้ศีรษะโดยตรง จะทำให้คางของเด็กชิดอกมากขึ้น ทางเดินหายใจโค้งงอมากขึ้น และก่อให้เกิดปัญหาหายใจลำบาก
อ่านเพิ่มเติม — 5 ท่านอนของทารกบอกบุคลิกที่ซ่อนอยู่
ท่านอนมีส่วนอย่างมากต่อพัฒนาการของทารก และยังเกี่ยวข้องกับนิสัยใจคอของทารกด้วยนะ! ต่อไปนี้จะแนะนำบุคลิกที่สอดคล้องกับท่านอนของทารกทั้งห้าแบบ ลองดูว่าบุคลิกของลูกคุณตรงกับท่านอนของเขาหรือไม่!
1. ท่ามือหนุนท้ายทอย
เมื่อเห็นลูกยกแขนทั้งสองไปไว้หลังศีรษะหรือข้างศีรษะ แสดงว่าลูกมีความภาคภูมิใจในตัวเองค่อนข้างสูง ในชีวิตประจำวันเขาใส่ใจว่าคนอื่นมองตัวเองอย่างไรและมีคนสนใจตัวเองหรือไม่ เด็กแบบนี้เมื่อโตขึ้นมักมั่นใจ มองโลกในแง่ดี และเป็นนักเข้าสังคมที่เป็นมิตร
2. ท่ากางแขนกางขาเป็นรูปตัวอักษรใหญ่
ท่านี้ตรงข้ามกับท่าขดตัวตอนอยู่ในครรภ์พอดี การที่ทารกนอนกางแขนกางขาไม่ได้แปลว่าลูกกำลังต่อต้านหรือขัดขืน ในทางกลับกัน พ่อแม่สบายใจได้เลย เพราะแสดงว่าลูกรู้สึกปลอดภัยเต็มที่กับสภาพแวดล้อมที่อยู่ตอนนี้ และใช้ชีวิตอย่างสบายใจมาก เด็กแบบนี้มักมองโลกในแง่ดี ไม่กลัวคนแปลกหน้า และปรับตัวเก่ง
3. นอนคว่ำ
เมื่อเด็กนอนคว่ำ แขนขาแนบกับเตียง สื่อว่ามีสัญชาตญาณปกป้องตัวเองสูง ท่านี้เหมือนไดโนเสาร์นอนราบบนพื้นเพื่อปกป้องตัวเอง ขณะเดียวกันก็แสดงว่าเด็กมีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง และเป็นเด็กที่ใส่ใจว่าคนอื่นมองตัวเองอย่างไร เมื่อเทียบกับสองท่าข้างต้น เด็กกลุ่มนี้ค่อนข้างเก็บตัว มีความคิดและความในใจมากมายที่เก็บไว้ในใจ
4. นอนตะแคง
ท่านอนนี้พบได้บ่อยมาก แสดงว่าเด็กเป็นคนง่าย ๆ ชอบคบหาผู้คน และยังแสดงว่าไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไว้ใจคนอื่นได้ง่าย การนอนตะแคงเปิดกว้างกว่านอนคว่ำ แต่สงวนตัวกว่านอนหงาย เด็กกลุ่มนี้มีนิสัยเข้าถึงง่ายและมีเพื่อนง่าย
5. ท่าขดตัว
ทารกขดตัวเหมือนภาพของทารกในครรภ์แม่ แสดงว่าเด็กมีนิสัยอ่อนไหวและไม่ค่อยอยากออกจากเขตสบายใจ แต่ค่อนข้างระมัดระวัง ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นเมื่ออยู่ร่วมกัน จึงเป็นเด็กดีที่รู้จักดูแลและเข้าอกเข้าใจผู้อื่น
บทความคัดสรรจาก Mang Mang:
คลิกเพื่อดู 👉 เลือกเตียงเด็กต่อข้างเตียงที่ดีอย่างไร? จุดสำคัญในการเลือกเตียงเด็กล่าสุดปี 2022!
คลิกเพื่อดู 👉 เลือกผ้าห่อตัวเด็กที่ดีที่สุดให้ลูก คู่มือประเด็นสำคัญที่พ่อแม่ต้องรู้
คลิกเพื่อดู 👉 ต้องเลือกแผ่นรองคลานให้ถูก! คู่มือประเด็นสำคัญในการซื้อแผ่นรองเล่น